ข้อคิด ข้อเขียน

 
 

บ้านเราอยู่รอดด้วยเมตตา และความช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

เป็นอีก หนึ่งมุมความคิดเห็นนะครับ ลองอ่านดู

โรงพยาบาลศิริราช อันเป็นโรงพยาบาลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ขาดทุนปีละประมาณ 700 ล้าน จากบัตรทอง ได้ทราบมาว่าแม้แต่โรงพยาบาลราชวิถีและโรงพยาบาลภูมิพลก็ขาดทุนจากบัตรทองประมาณปีละ 400 ล้านบาท โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์นั้นขาดทุนจากบัตรทองประมาณ 500 ล้านบาทต่อปีจากบัตรทอง ส่วนโรงพยาบาลรามาธิบดี ผมไม่ทราบตัวเลข ยังไม่ได้ถาม

โรงพยาบาลขนาดใหญ่ และโรงเรียนแพทย์เหล่านี้ขาดทุนจากการรับคนไข้หนักที่ refer มาจากทั่วราชอาณาจักร ที่รักษากันไม่ไหวแล้ว และโรงพยาบาลเหล่านั้นก็ขาดทุนบักโกรกจนไม่มีเงินส่ง refer มาด้วย 700 บาทตามระเบียบของบัตรทอง

ผมได้ยินกับหูจากผู้บริหารศิริราชว่า ผู้บริหารศิริราชเอง บอกว่า ที่ส่งมาก็ลูกศิษย์เราทั้งนั้น เขาหวังพึ่งเราเพราะเขาก็รักษากันจนหมดฝีมือและความสามารถแล้ว ยังไงก็คนไข้ของลูกศิษย์เรา เราต้องช่วย ถ้าเราไม่ช่วยแล้วใครจะช่วยลูกศิษย์ของเราและประชาชน

เรื่องเงินที่ขาดทุนก็คงต้องหากันไป ศิริราชมูลนิธิก็คงต้องหาเงินบริจาคหนักมาก โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ เลยจำเป็นอย่างยิ่งทำให้ได้เป็นผู้ให้และผู้รับในเวลาเดียวกัน

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ นั้นโชคดี มีสภากาชาดไทย และเจ้านายทรงงานหนักมาก พระเมตตาบารมีปกแผ่ให้ประชาชน ไม่เช่นนั้นก็คงอยู่ไม่ได้ไปแล้วเช่นกัน

โรงเรียนแพทย์ในต่างจังหวัด เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ก็คงจะลำบากไม่ใช่น้อย อยู่ในอาการเดียวกัน และน่าจะหาเงินบริจาคได้ยากยิ่งกว่าโรงเรียนแพทย์ในกรุงเทพ จึงน่าเห็นใจเสียยิ่งกว่า

บ้านเราอยู่รอดด้วยเมตตา และการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

เลิกทำบุญสร้างพระเจดีย์ โบสถ์ อันมโหฬาร โอฬาริกเถิดครับผม พระอริยสงฆ์ เช่น หลวงตามหาบัว หรือองค์อื่นๆ ท่านก็สร้างโรงพยาบาล หลวงพ่อจรัญ ก่อนละสังขารท่านก็บริจาคให้ศิริราช 50 ล้านบาทเพื่อช่วยชีวิตคน

ภาษิตจีนกล่าวว่า ช่วยชีวิตคนได้กุศลยิ่งกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น

บ้านเราขาดแคลนเรื่องโรงพยาบาลจริงๆ วัดอาจจะมีเยอะมากพอแล้ว ทำบุญกับโรงพยาบาลกันเถิดครับผม ได้บุญจริงๆ ได้ช่วยชีวิตคนด้วยนะครับผม
cr.ใครก็ไม่ทราบครับได้รับแชร์ มาเห็นว่าได้ประโยชน์กับสังคมโดยรวมเลยขอแชร์ต่อครับ