เทิดทูนสถาบัน

 
 

บ้านหลังแรกขององค์จักรีภูมิพล อพาร์ทเม้นท์เมืองบรุกลายน์ สหรัฐอเมริกา

 

ในสูติบัตรของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนั้นได้บันทึกข้อความไว้ว่า
“ชื่อ สงขลา เกิดวันที่ ๕ ธันวาคม ค.ศ.๑๙๒๗ เพศชาย สถานที่เกิด ๓๓o เมาต์ออเบิร์น
ชื่อบิดามหิดล สงขลา อายุ ๓๕ ปี สถานที่เกิด กรุงเทพฯ สยาม อาชีพ นักศึกษาแพทย์
ชื่อมารดา สังวาล ตะละภัฏ อายุ ๒๗ ปี สถานที่เกิด กรุงเทพฯ สยาม อาชีพ แม่บ้าน
สถานที่อยู่ของผู้ปกครอง ๖๓ ถนนลองวู้ด บรุ๊คลายน์ สูติแพทย์ ดับบลิว สจ๊วต วิตต์มอร์”


หลังจากอยู่โรงพยาบาลเคมบริดจ์ได้ ๒ สัปดาห์ พระราชชนนีทรงพาพระโอรสองค์สุดท้องไปประทับยังโรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่ง
ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาเป็นเวลาอีก ๑ สัปดาห์เพื่อฟื้นฟูพระพลานามัยให้แข็งแรงก่อนเสด็จฯ กลับที่ประทับ
อพาร์ทเม้นท์เลขที่ ๖๓ ถนนลองวูด บรุกลายน์ ชานเมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา
ซึ่งเป็นเพียงห้องชุดที่สมเด็จพระบรมราชชนกเช่าไว้ในราคาไม่แพง ทุกพระองค์ใช้ชีวิตในแฟลตแห่งนี้อย่างเรียบง่ายประหนึ่งสามัญชนทั่วไป
ซึ่งหนังสือพิมพ์ข่าวโลกเสรีได้เคยตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า

“...มีน้อยคนในบอสตันที่จะคิดว่าบุรุษผู้มีทรวดทรงระหง มีนิสัยขรึมผู้นี้จะมีพระอิสริยยศเป็นถึงขนาดเจ้าฟ้าในพระราชวงศ์จักรีแห่งประเทศไทย
และเหตุผลว่า ใครๆ ก็รู้จักพระองค์ในนามเพียง มร.มหิดล สงขลา เท่านั้น นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีอีกน้อยคนที่ทราบว่า
ทูลกระหม่อมเจ้าฟ้าทรงเป็นผู้เพียบพร้อมด้วยทรัพย์ศฤงคารบริวาร เพราะทรงประทับอยู่กับพระชายา
และพระโอรสธิดาในห้องเช่าตึกแถวค่าเช่าถูกๆ แห่งหนึ่ง ในบรุกไลน์ ชานเมืองบอสตัน”

เจ้าฟ้ามหิดลฯ และพระชายาทรงใช้จ่ายอย่างประหยัดในเรื่องส่วนพระองค์
เพื่อนำเงินมาทำการกุศลช่วยเหลือประชาชนชาวไทยในรูปแบบทุนการศึกษา และในอีกหลายๆ ด้าน
พระอัธยาศัยอันงดงาม เปี่ยมด้วยพระเมตตา และความไม่ถือพระองค์นี้ได้ถ่ายทอดมายังพระธิดาพระโอรส
ทุกพระองค์ทรงเจริญตามรอยพระยุคลบาทพระบรมราชชนกพระบรมราชชนนีเสมอมา
อพาร์ทเม้นท์แห่งนี้จึงเป็นศูนย์รวมนักเรียนไทย วันอาทิตย์ หรือวันหยุดราชการ พระองค์โปรดเลี้ยงอาหารไทยแก่นักเรียนไทยอยู่บ่อยครั้ง
บรรดานักเรียนไทยในอเมริกายุคนั้นต่างคุ้นเคย และซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณอย่างถ้วนหน้า

ราชสกุลมหิดลใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐอเมริกาอย่างมีความสุข มีเพียงเรื่องความเจ็บป่วยของพระบรมราชชนกเท่านั้น
ที่เป็นเรื่องกังวลของคนในครอบครัว ด้วยพระอนามัยของพระองค์ไม่สู้ดีมาก่อนเรียนแพทย์แล้ว
ทรงประชวรด้วยพระวักกะ (ไต) พิการ และอาการกำเริบขึ้นตามลำดับ จนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
ยิ่งกว่านั้น แม้เมื่อทรงสำเร็จการศึกษา และต้องทรงเข้ารับการประสาทปริญญา
พระองค์ก็เกิดพระอาการประชวรด้วยด้วยโรคไส้ติ่งอักเสบ ทำให้ทรงต้องเข้ารับการผ่าตัดในโรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่ง
นับว่าพระองค์ทรงทนทุกข์พระวรกายด้วยโรคภัยมาตลอด แต่พระองค์ก็ทรงมุมานะศึกษาเล่าเรียนจนกระทั่งสำเร็จการศึกษา
ได้รับปริญญาแพทย์ศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต และเมื่อพระอนามัยดีแล้ว ทรงพาครอบครัวราชสกุลมหิดลของพระองค์
ซึ่งขณะนั้นรัชกาลที่ ๙ ทรงมีพระชนมายุเพียง ๙ เดือน เสด็จฯ นิวัตประเทศไทยอย่างถาวรทางเรือผ่านประเทศทางยุโรป
ซึ่งพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงฉลองวันคล้ายวันประสูติ ๑ ชันษาบนเรือด้วย
เรือเดินทางถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๗๑ ท่ามกลางประชาชนไปคอยรับเสด็จที่ท่าเรือวัดพระยาไกรอย่างเนืองแน่น

ภาพ
- หนังสือพระนิพนธ์ เจ้านายเล็กๆ-ยุวกษัตริย์ ในสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ
- หนังสือ มหิตลปูชา
- นิตยสารสกุลไทย